วันก่อนได้อ่านหนังสือ Deep Work หลายคนเข้าใจผิดว่า "การทำงานแย่" (งานช้า, ผิดพลาดบ่อย, คิดไม่ออก) เกิดจากเรา "ไม่เก่ง" หรือ "ขี้เกียจ"

แต่ในมุมมองของ Deep Work (และมุมมองวิศวะ) ปัญหาจริงๆ คือ ระบบการทำงานมันพัง เพราะเราปล่อยให้ Distraction (สิ่งรบกวน) เข้ามาทำลาย Flow ตลอดเวลา ดังนั้นถ้าหากเราต้องการที่จะใช้ Deep Work มาแก้การทำงานที่แย่ ให้กลับมาดี มันจะ 4 ขั้นตอนด้วยกัน

1. เลิก Multi-Tasking หยุดการทำงานหนักของสมอง

คนทำงานแย่ส่วนใหญ่ คือ คนที่พยายามทำหลายอย่างพร้อมกัน (เขียนงานไปด้วย ตอบแชทไปด้วย)

ทุกครั้งที่เราสลับหน้าจอจากงาน A ไปตอบแชท B สมองต้องใช้เวลา 15-20 นาที เพื่อโหลดข้อมูลงาน A กลับมาใหม่ (เรียกว่า Switching Cost)

วิธีแก้

ให้ทำทีละอย่าง (Single-tasking) ถ้าจะเขียนงาน คือ เขียนงาน ห้ามเปิดแท็บอื่น ห้ามดูมือถือ การทำแบบนี้จะลดความผิดพลาด (Human Error) ได้มหาศาล เพราะสมาธิเราต่อเนื่อง

2. กำหนด Time Block อย่าทำตามอารมณ์

งานไม่เดิน เพราะรอให้ "ว่าง" หรือรอให้ "มีไฟ" ค่อยทำ โดยทั่วไปแล้วคนที่เป็นมืออาชีพจะไม่รอแรงบันดาลใจ แต่จะ "จัดตารางเวลา"

วิธีแก้

ใช้เทคนิค Rhythmic Time คือ ทำให้เป็นกิจวัตร เช่น

ทุก 9:00 - 11:00 น. คือ ช่วง Deep Work ของงานที่ยากที่สุด

บอกเพื่อนร่วมงาน/ลูกน้องว่าช่วงนี้ "ห้ามรบกวน" (ยกเว้นเรื่องคอขาดบาดตาย) พอทำจนชิน สมองจะจำได้ว่า "อ๋อ เวลานี้ต้องโฟกัสแล้วนะ" แล้วเครื่องจะติดเร็วขึ้น

3. ฝึกเบื่อให้เป็น

เชื่อว่าหลายๆ คน พอคิดงานไม่ออก หรือ เริ่มเบื่อปุ๊บ หยิบมือถือมาไถปั๊บ การหยิบมือถือทันทีที่ว่าง เป็นการฝึกให้สมอง "เสพติดสิ่งเร้า" พอต้องกลับมาทำงานยากๆ สมองจะทนไม่ได้ และ นำพาไปสู่ความล้มเหลว

วิธีแก้

เมื่อเจอทางตัน หรือ ต้องรออะไร อย่าหยิบมือถือ นั่งเฉยๆ หรือมองไปนอกหน้าต่าง ให้สมองได้พักจริงๆ การฝึกทนความเบื่อ คือ การสร้างกล้ามเนื้อสมาธิที่แข็งแกร่งที่สุด

4. ปิด Switch ให้ไว

เอางานกลับไปคิดที่บ้าน เครียดสะสม นอนไม่หลับ ตื่นมาสมองล้า ทำงานแย่ลงอีก ใครที่เป็นแบบนี้บ้าง

การพักผ่อนที่ดี คือ ส่วนหนึ่งของงานที่ดี เราต้องชาร์จแบตให้เต็มเพื่อมาลุยใหม่พรุ่งนี้ การคิดงานตลอดเวลาทำให้เกิดการล้าสะสมได้

วิธีแก้

ก่อนเลิกงาน 15 นาที ให้เคลียร์ลิสต์งานค้าง เขียนสิ่งที่ต้องทำพรุ่งนี้ แล้ว Shutdown Complete ห้ามแตะงานอีก เพื่อให้จิตใต้สำนึกรู้ว่า จบงานแล้ว พักได้

อีกหนึ่งเทคนิคที่ผมใช้บ่อยๆ คือ การกำหนดงานให้เสร็จภายในวันๆ นั้น ซึ่งจะย่อยงานให้เล็กลง จนเหลือเวลาไม่เกิน 3 ชั่วโมง ซึ่งเท่ากับครึ่งวันพอดี


สรุป คือ ถ้าเปรียบสมองเป็น CPU

การทำงานแย่ = CPU Overheat เพราะเปิดโปรแกรมซ้อนกันเยอะเกิน Deep Work = การปิดโปรแกรมขยะ (Background Process) ทั้งหมด แล้วรันแค่โปรแกรมเดียวแบบ Full Performance