ชีวิตของ Engineering Manager (EM) มีเรื่องให้จัดการเต็มไปหมด ทั้งต้องดูให้ทีมทำงานได้ราบรื่น และ คอยจับเป้าหมายของทีมกับองค์กรไปพร้อมกัน พอวุ่นกับงานประจำวันมากๆ ก็ง่ายที่จะลืมไปว่า "คน" ที่ลงมือทำงานจริงๆ เขาคิดอะไร ต้องการอะไร
แต่การเข้าใจว่าอะไร คือ แรงขับของสมาชิกแต่ละคน คือหั วใจที่ทำให้ทีมยัง engage และมีไฟอยู่เสมอ ซึ่งยิ่งยากขึ้นไปอีกถ้าทีมใหญ่หรือทำงานแบบ remote
บทความนี้รวบรวม 7 วิธีที่จะช่วยให้เรารู้จักทีมได้ลึกขึ้น และ สร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแรงกว่าเดิม
1. นัด 1:1 อย่างสม่ำเสมอ
เรื่องพื้นฐานที่สุด แต่ทรงพลังที่สุด คือ การนัดคุยตัวต่อตัว (1:1) กับสมาชิกทีมแต่ละคนเป็นประจำ ฟังดูธรรมดา แต่เชื่อไหมว่าไม่ใช่ทุกคนที่ทำ บางคนนัดเดือนละครั้ง บางคนไม่ได้ทำสม่ำเสมอเลยด้วยซ้ำ
การประชุม 1:1 คือ โอกาสที่เราจะได้เช็กอินกับสมาชิกทำความรู้จักในระดับที่ลึกกว่าเรื่องงาน และ เข้าใจเป้าหมายกับแรงจูงใจของเขาจริงๆ
สิ่งสำคัญ คือ ต้อง ตั้งใจฟัง และ เปิดพื้นที่ให้เขาได้พูด ใช้เวลานี้คุยเรื่องความคืบหน้า อุปสรรค รวมถึงไอเดีย หรือ เป้าหมายการพัฒนาตัวเองในอนาคต แล้วเราจะแปลกใจว่าได้เรียนรู้อะไรจากบทสนทนาพวกนี้เยอะแค่ไหน
ที่สำคัญ การนัด 1:1 อย่างสม่ำเสมอยังเป็นการส่งสัญญาณว่า เราให้ค่ากับความเห็นของเขา และจริงจังกับความสำเร็จของเขา
2. สร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับ feedback
เรื่องนี้พูดง่ายแต่ทำยาก การกระตุ้นให้พนักงานกล้าเปิดใจกับเรา ทั้งเรื่องความรู้สึก ความกังวล และไอเดียต่างๆ จะเปิดประตูไปสู่บทสนทนาอีกมากมาย (และ ใช่ เราสามารถคุยเรื่องส่วนตัวได้ ถ้าเขาเต็มใจจะเล่า)
วิธีที่ดีที่สุด คือ การที่ตัวเราเองเปิดกว้างและโปร่งใสกับ feedback ก่อน เพื่อเป็นแบบอย่างของพฤติกรรมที่เราอยากเห็นในทีม
เมื่อสร้างบรรยากาศของความไว้ใจและเคารพกันได้ ความสัมพันธ์ก็จะแน่นขึ้น และเราจะเข้าใจ ว่า อะไร คือ สิ่งที่จูงใจทีมได้ดีขึ้น
อีกทางหนึ่ง คือ ลองเปิดช่องทางให้ feedback แบบไม่ระบุตัวตน เพื่อให้ได้คำวิจารณ์ที่ตรงไปตรงมา ซึ่งบางทีก็มีค่ามากในการเติมมุมมองที่เราอาจมองไม่เห็น
3. ถามคำถามปลายเปิด
ถ้าอยากเข้าใจเป้าหมายและแรงจูงใจของทีม การตั้งคำถามให้ถูกก็สำคัญ พยายามเลี่ยงคำถามที่ตอบได้แค่ "ใช่" หรือ "ไม่ใช่" แล้วเปลี่ยนมาถามคำถามที่ต้องใช้ความคิดและการทบทวนตัวเองแทน
ตัวอย่าง เช่น แทนที่จะถามว่า "ชอบงานที่ทำอยู่ไหม" ลองเปลี่ยนเป็น "ส่วนไหนของงานที่คุณสนุกกับมันมากที่สุด" หรือ "อะไรจะทำให้งานของคุณมีความหมายมากขึ้น"
คำถามปลายเปิดแบบนี้จะช่วยให้สมาชิกทีมได้คิดลึกขึ้น และเผยให้เราเห็นว่าจริงๆ แล้วอะไร คือ สิ่งที่ขับเคลื่อนเขาอยู่
4. ทำ Performance Review อย่างสม่ำเสมอ
การรีวิวผลงานเป็นระยะ เป็นอีกช่องทางในการทำความเข้าใจทีม ในการรีวิวแต่ละครั้ง เราสามารถคุยถึงผลงานในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ให้ feedback ทั้งจุดแข็ง และ จุดที่ควรพัฒนา และ ตั้งเป้าหมายร่วมกันสำหรับอนาคต
นอกจากนี้ยังเป็นจังหวะที่ดี ในการถามถึงความใฝ่ฝันด้านอาชีพของเขา และ ให้คำแนะนำว่าจะไปถึงจุดนั้นได้อย่างไร Performance Review ที่ดี คือ โอกาสแบบมีโครงสร้างในการคุยเรื่องเป้าหมาย และ แสดงให้ทีมเห็นว่า เราลงทุนกับความสำเร็จของเขาจริงๆ
5. ฉลองความสำเร็จ
ข้อนี้อาจเป็นนิสัยที่ถูกมองข้ามที่สุดของ manager เก่งๆ เมื่อพนักงานทำเป้าหมายได้สำเร็จ หรือ มีความคืบหน้าสำคัญใน project อย่าลืมสละเวลาชื่นชมความสำเร็จของพวกเขา
ไม่ต้องเป็นอะไรใหญ่โตก็ได้ อาจจะแค่ส่งอีเมล หรือ ข้อความใน Slack ขอบคุณที่ทุ่มเท หรือพาทีมไปกินข้าวเที่ยงด้วยกัน การฉลองความสำเร็จช่วยเสริมกำลังใจ และ ทำให้ทีมรู้สึกว่าสิ่งที่พวกเขาทำมีคุณค่าในสายตาคุณ
6. เปิดโอกาสให้เป็น Mentor
ในฐานะ EM สายซอฟต์แวร์ เรามีทั้งความรู้และประสบการณ์มากมายที่ส่งต่อให้ทีมได้ ลองเสนอตัวเป็น mentor ให้กับคนที่อยากเรียนรู้ทักษะใหม่ หรือ อยากก้าวหน้าในสายอาชีพ
ส่วนของการ mentor นั้น (ซึ่งแยกออกจาก 1:1 ปกติได้) เราสามารถแบ่งปันประสบการณ์ตรงของตัวเอง เพื่อให้เขาเห็นมุมมองที่กว้างขึ้น การเป็น mentor ยังช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างเรากับทีม ซึ่งนำไปสู่การสื่อสารและการทำงานร่วมกันที่ดีขึ้นอีกด้วย
7. จัดกิจกรรม Team-Building
การได้ทำกิจกรรมร่วมกับทีมช่วยให้เราเข้าใจบุคลิก ความสนใจ และ ความใฝ่ฝันของแต่ละคนได้ลึกขึ้น กิจกรรมจะเรียบง่ายอย่างการกินข้าวเที่ยงด้วยกัน หรือ จะจัดใหญ่แบบ offsite retreat ก็ได้
เคล็ดลับ คือ เลือกกิจกรรมที่กระตุ้นให้เกิดการสื่อสาร การทำงานร่วมกัน และ การแก้ปัญหาไปด้วยกัน สิ่งเหล่านี้จะช่วยสร้าง dynamic ของทีมที่แข็งแรงขึ้น และ บรรยากาศการทำงานที่เป็นบวกมากขึ้น
สรุป
การเข้าใจเป้าหมายและแรงจูงใจของสมาชิกในทีม คือ กุญแจสำคัญที่ทำให้พวกเขายัง engage และ มีไฟอยู่เสมอ
ในฐานะ EM สิ่งที่เราทำได้ คือ นัด 1:1 อย่างสม่ำเสมอ สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เกิด feedback ถามคำถามปลายเปิด รีวิวผลงานเป็นระยะ ใส่ใจความใฝ่ฝันด้านอาชีพของเขา ฉลองความสำเร็จ เปิดโอกาสให้เป็น mentor และ จัดกิจกรรมสร้างทีม
ทำสิ่งเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง แล้วเราจะสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับทีม พร้อมกับสภาพแวดล้อมการทำงานที่ทั้งมีประสิทธิภาพและเติมเต็มไปในตัว